วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2558

วางแผนกันก่อน-3

         สอบหาหอก?????

        หายไปอาทิตย์นึง คิดว่าไปรวบรวมข้อมูลหรอ ม่าย มัวแต่ดูอนิเมะตะหาก โค้ดดด กีอัสสส จะได้มั้ยเนี่ย เกียรตินิยม

        คราวที่แล้วค้างไว้ประมาณว่า ข้อสอบเนจะถามอะไรบ้าง จะได้เอามาวางแผนอ่านหนังสือหาความรู้ มาทำอะไรก็ได้ให้จำได้ ซินะ
     
       ความจริง ทำอย่างนั้นมันก็เป็นแนวคิดที่มีประสิทธิภาพอยู่หรอกนะ สำหรับการเตรียมตัวสอบ แต่ว่า คิดดูให้ดีซิ การสอบคือเป้าหมายที่แท้จริงหรือเปล่า...

       สอบเนฯ เพื่อมีสิทธสอบผู้ช่วย นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ต้องมองอีกด้านหนึ่งของ เนติบัณฑิตยสภา ว่าทำไมถึงเป็นสถาบันที่ออกใบผ่านทางในการเข้าเป็นอัยการผู้พิพากษาที่นับว่าได้ชื่อว่าเป็นนักกฎหมายระดับสูง เท่ากับว่า  ใบประกาศของเนฯ นั้นเป็นใบรับรองความเป็นนักกฎหมายตัวจริงของประเทศไทยก็ว่าได้

      แล้ว ปริญญา นิติศาสตร์บัณฑิต (นบ.) ยังไม่ถือว่าเป็นนักกฎหมายอีกรึ อันนี้ก็น่าคิด เพราะ ตำแหน่งทางกฎหมาย หรือนิติกรราชการก็ไม่เห็นต้องจบเนฯ

       ถ้าจะเข้าใจเรื่องอะไรพรรนนี้ ก็ต้องเข้าใจระบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้ซะก่อนนะ

      คิดโดยสังเขป แบบ เอา ศาลเป็นศูนย์กลาง ละกัน ผู้ที่ทำงานในศาลก็ได้แก่ ผู้พิพากษา อัยการ ทนาย หน้าบัลลังคต์ นิติกรศาล ธุรการศาล จ่าศาล ตำรวจ พนักงานสอบสวน แม่บ้านศาล ยามเฝ้าศาล บลาๆๆๆๆ
   
      แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงและใช้กฎหมายตั้งแต่ ทำความเข้าใจ ตีความ ออกคำสั่งควบคุมให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อจัดการคดีความหรือเรื่องราวต่างๆในคดีโดยตรงจริงๆ จะมีเพียง ผู้พิพากษา อัยการ และทนาย

        เนื่องจากทั้งสามท่าน เป็นผู้ใช้กฎหมายกับคดีโดยตรง เลยต้องเก๋า หรือแม่นยำในการใช้กฎหมายมากกว่านักกฎหมายธรรมดาทั่วไป จึงต้องมีการตรวจสอบความเก๋าโดยต้องผ่านการรับรองมาก่อน ผู้พิพากษา และอัยการเป็นพนักงานของรัฐ ต้องมีใบรับรองขั้นต้นว่าต้องจบเนฯมา ส่วนทนาย เป็นตัวช่วยพิเศษของฝ่ายเอกชน จะมีองค์กรที่รัฐรับรอง คือ สภาทนายความ ที่จะออกใบรับรอง หรือเรียกว่า ใบอณุญาติว่าความ เรียกกันติดปากว่าตั๋วทนาย (แต่เห็นว่ารณรงค์ให้เลิกเรียกตั๋วกันอยู่)
   
         ด้วยเหตุที่ เอาศาลเป็นตัวตั้งในการวัดคุณค่าของนักกฎหมายแบบนี้ นักกฎหมายที่เหลือที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาล ก็เลยกลายเป็นแค่ นักกฎหมายธรรมด๊าธรรมดา แม้จะจบ ดร.มาจาก 10 ประเทศก็เหอะ

         ดังนั้น การสอบเพื่อจะรับรองให้นักกฎหมายธรรมด๊า ธรรมดา ไปทำหน้าที่สำคัญในศาลได้ เนื้อหาสำคัญของการรับรองก็คือ การใช้กฎหมายในภาคปฏิบัติ นั่นแล ข้อสอบ เนติฯ ก็เลย มีแต่ ฎีกาๆๆๆๆๆๆ ที่เป็นแนวทางการใช้ การตีความกฎหมายของนักกฎหมายรุ่นเก๋าที่เค้าทำมาแต่ก่อน

         ส่วนการเรียนรู้ของปริญญาตรี ก็จะผสมปนเปไประหว่างทฤษฎีบ้าง แนวคิดบ้าง การปฏิบัติบ้าง กรอบความรู้มันเลยกว้างไปที่จะรับรองได้ว่า เก๋าพอจะใช้กฎหมายได้จริง

        ถ้าจะสรุป คำว่าผ่านเนฯ ก็จะเป็น นักกฎหมายตัวจริง ที่ว่าไว้ตอนแรก ก็คือ ถ้าผ่านก็เก๋าพอจะเป็นผู้ใช้กฎหมายในภาคปฏิบัติได้นั่นเอง ใบอนุญาติว่าความก็เช่นกัน
 
         แล้วนักกฎหมายอื่นๆล่ะ เตือนว่ายังอยู่ในระบบความคิดที่ เอา ศาลเป็นศูนย์กลาง อยู่นะ นักกฏหมายอื่นๆ ก็เป็นแค่ นักกฎหมายฝ่ายสนับสนุน ไง กว่าจะคิดคำสวยไม่ให้เสียเกียรติกันได้ เดี๋ยวจะโดนด่าซะ555 ก็ได้แค่คอยช่วยสามเสาหลัก ได้แก่ ผู้พิพากษา อัยการ ทนาย ให้ทำงานอย่างถูกต้อง และยุติธรรม ทั้งรับคำสั่ง ค้านคำสั่ง รวบรวมข้อมูล ออกความเห็น ศึกษา วิจัย วิจารณ์ เผยแพร่ ตอบปัญหา ให้ความรู้ประชาชน บลาๆๆๆ

         ทีนี้มาถึงประเด็นสำคัญกับการวางแผน  

         สอบเนฯ เพราะอยากเป็น นักกฎหมายตัวจริงเหรอ?????????


         ตอบอย่างจิงใจตอนที่พิมพ์อยู่  "ไม่อยากว่ะ"

         แล้วจะสอบหา หอกกกกกก อะไร
         คำแรกของบทความเลย

         ตอบอย่างมั่นใจ
         " ถ้าไม่ได้เกียรตินิยมเนติ ประกาศให้คอแตก ว่าเมิงเก่ง เป็นนักกฎหมายขันเทพ ใครจะเชื่อเมิงวะ "
          ถึงอยากทำงานเป็นนักกฎหมายฝ่ายสนับสนุน ก็ต้องมีอะไรการันตีความสามารถบ้างดิ และเนติฯ ก็เป็นสถาบันที่นักกฎหมายยอมรับกัน ก็แค่นั้นแหละ

         สรุป สิ่งที่ได้ ในตอนนี้ เพื่อการวางแผนที่สมบูรณ์ คือ

        จุดยืนของกู.............

            (ต้องหาหอกให้เจอ)
         
       

     

       

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

วางแผนกันก่อน-2

        จากที่คิดจะวางแผนตามบทความที่แล้ว การวางแผนนั้นต้องรู้ว่า จะวางแผนไปเพื่ออะไร ต้องคิดให้เป็นระบบ มีขั้นตอน ไม่งั้นแผนจะกลายเป็นฝันลมๆแล้งๆ
       
        ผ่านไป 1 วันยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก เนื่องจาก ต้องดูการ์ตูน ฝ่าพิภพไททัน อย่างหามรุ่งหามค่ำ(โคตรมีสาระเลย) เพื่อกระตุ้นต่อมความมุ่งมั่น 555

       หลังจากเร่ิมทำเพจ เรามาพิชิต เกียรตินิยม เนติบัณฑิต กันเถอะ ตั้งใจจะโพสความคืบหน้าในการเตรียมพร้อมสู่เป้าหมายทุกๆวัน เป็นอันเสียวินัยตั้งแต่วันแรกซะงั้น 555  แต่ไม่เป็นไร เราให้อภัยตัวเอง เราให้อภัยตัวเองเสมอ แต่ต้องรู้ไว้ในใจว่า มันผิด มันทำให้ห่างไกลเป้าหมายไป 1 แค่วัน 1 วันก็อาจทำให้พลาดไปแค่ 1 คะแนนก็ได้ และพลาดก็คือพลาด ไม่มีข้อแก้ตัว

        ทีนี้มาเข้าเรื่อง กัน เรื่องวางแผน วางแผนต้องมีเป้าหมาย และวิธีการถึงเป้าตุง อะไรประมาณนี้มั้ง ทีนี้มาเบรนสตอมกันแบบโบราณก่อนละนะ
       
       พูดถึง เนติบัณฑิต คิดถึงอะไร เอาแบบสดๆ ไม่ต้องหาข้อมูล ซื่อสัตย์หน่อย

      กฎหมาย สูท หนังสือ ข้อสอบ อบรม ทนาย สอบผู้ช่วยทั้งหลาย รับใบประกาศ(รึใบอะไรวะ)ที่สวนอัมพร แพ่ง อาญา วิแพ่ง วิอาญา สาวขาวหมวย(เกี่ยวไรด้วย) ตาชั่งตราชู เชิ้ตขาวไทร์ดำ ธุรกิจติวเนติฯ โอ้ว คิดไม่ออกแล้ว

         รู้สึกว่าตั้งความหวังว่าอยากจบเนติฯ ถึงขั้นเกียรตินิยม แต่พูดถึงเนฯ แล้ว จะจบมันไปทำไมล่ะ เท่าที่รู้ก็แค่เป็นใบประกาศนึงที่ต้องมีตอนจะสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา ร่วมกับคุณสมบัติอื่นๆอีกมากมาย เท่านั้นเอง

         จะเอาเนฯ ทำไม? ถามตัวเอง ก็ต้องตอบอย่างจริงใจว่า เผื่อมีโอกาศและคุณสมบัติพอสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ในอนาคตนั่นแล แต่จะให้บอกว่า อยากเป็นผู้พิพากษา เลย ก็ยังตะขิดตะขวงใจ ยังมีความไม่มั่นใจ ว่าความสามารถจะไปถึง เลยยังไม่กล้าตั้งเป้าขนาดนั้น

          เหมือนจะนอกเรื่อง แต่ถ้าไม่คิดถึงแรงจูงใจอันเป็นข้อมูลด้านจิตวิทยา การวางแผนทำอะไรสักอย่างคงไม่สมบูรณ์ เพราะ เราเป็นคนนะ ไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่จะโปรแกรมสั่งอะไรได้ตามใจ ถึงจะเป็นตัวเองก็เหอะ
            ฟุ้งไปฟุ้งมา สรุปเลยดีกว่า ในเบื้องต้น

            เป้าหมาย : ได้เกียรตินิยม เนฯ
            สภาพของเป้าหมาย(ก็คือเป้าหมายที่อธิบายให้ชัดเจนขึ้น) : สอบทั้ง 4 วิชาให้ได้คะแนนรวมสูงกว่า 80%
            แรงจูงใจ  : สอบผู้ช่วยฯ
            สภาพที่จะทำให้ถึงเป้าหมาย : มีความรู้เพื่อตอบข้อสอบได้ทั้งหมด
            วิธีการทำให้มีสภาพที่ทำให้ถึงเป้าหมาย : หาความรู้ และ จำให้ได้
            วิธีหาความรู้ : ดู อ่าน ฟัง
            วิธีจำ : จดสรุป ท่องจำ เผยแพร่

            ดังนั้น คำถามที่เป็นโจทย์ในการวางแผนก็คือ ข้อสอบเนติบัณฑิตจะถามเรื่องอะไรบ้าง??  และ จะหาความรู้และจดจำมันไว้ให้ได้ยังไง ??

          ความจริงก็แค่ หาเค้าโครงหรือข้อสอบเก่าๆดูขอบเขต อ่าน เลือกประเด็นสำคัญ ท่อง ลองตอบข้อสอบเก่า ก็เป็นเรื่องที่ทำมาทั้งชีวิตละนะ จนจบนิติมาได้ แต่มันทำเพราะเห็นคนอื่นทำ ทำตามๆกันมา เค้าอ่านหนังสือแล้วสอบผ่านกันเราก็เลยต้องอ่านด้วย อาจารย์ก็บอกให้อ่านนั่นนี่นะ ถึงจะสอบได้ ก็เลยได้แต่อ่านๆๆๆๆๆๆๆ ท่องๆๆๆๆ ใครจะสอบเนติฯ ก็เลยเป็นหนอนหนังสือกันทั้งนั้น มั้ง

          การอ่าน อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดก็ได้   แต่จากที่ได้ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ (ค.ว.ย.) มันทำให้ฉุกคิดได้ว่า การอ่าน เป็นการหาความรู้แบบหนึ่ง การท่อง เป็นการทำให้ตัวเองจำได้รูปแบบหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญจริงๆ คือ การหาความรู้ และทำให้ตัวเองจำได้ มันมีวิธีอื่นอีกมั้ยยยย น่าจะมีอีกเยอะแยะ
       
          ทำไมเราจำชื่อตัวการ์ตูน ที่ดูครั้งเดียวได้ล่ะ น่าสงสัย เก็บไว้ก่อน เอาปัญหาประเด็นแรกก่อนคือ

ข้อสอบเนติจะถามเรื่องอะไรบ้าง ?     วะ

จบก่อนดีกว่า เอาไว้วันถัดไป มั้ง โครตมีวินัยเลยกรู
         
       


           
           

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

วางแผนกันก่อน-1

        เนื่องจาก จบกฎหมายแบบงูๆ ปลาๆ และล่วงเวลามาปีกว่า แทบไม่ได้แตะต้องหนังสือ ตามคำที่ อาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า สามวันจาก ประมวลเป็นอื่น นั้นจริงเลยทีเดียว แล้วนี่ปีกว่า มันจะเหลืออาไร๊
        จากที่รู้มาคร่าวๆ เนติบัณฑิต จะมีการอบรม ปีละ 2 ภาคการศึกษา แบ่งสอบเป็นภาคละ 2 ขา ตามภาษาปาก จากที่สำรวจระเบียบอย่างเป็นทางการ
         อ่านจากนี่
          แอบดูการได้เกียรตินิยมก่อนเลย ต๊กกะใจ เค้าต้องสอบได้ คะแนนรวม 80% ในสมัยการศึกษาเดียวกัน ตอนพิมพ์บล็อคอยู่นี่ เค้ากำลังเตรียมสอบภาคหนึ่งกันอยู่อ่ะ สมัครไม่ทันแล้ว แสดงว่า ถ้าอยากได้เกียรตินิยม ต้องสมัครภาคหนึ่งปีหน้า เหอะๆๆๆ มีเวลาเพิ่มแย้วววว
         ภาคหนึ่งก็จะมีสอบ กฎหมาย แพ่ง กับอาญา ที่เป็นสารบัญญัติ เรียกกันว่า ขาแพ่ง ขาอาญา
         ภาคสอง ก็จะมีสอบ วิแพ่ง วิอาญา เรียกกันว่า ขาวิแพ่ง วิอาญา
         รวมกันเป็น 4 ขา สอบ 4 ครั้ง ครั้งละ 100 คะแนน สอบให้ได้คะแนนรวมกัน 320 คะแนน ก็มีสิทธิได้เกียรตินิยมละ ง่ายจะตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ตายแน่กรู

         เมื่อจำเป็นต้องลงเรียนภาคหนึ่งปีหน้า(2559)เพื่อให้ได้เกียรตินิยม การสอบก็จะสอบประมาณกันยา-ตุลา ปีหน้า นับเวลาจากวันนี้ไปก็ประมาณหนึ่งปีพอดี สำหรับสอบภาคหนึ่ง และจะมีเวลาต่อจากภาคหนึ่งไปถึงภาคสอง ที่จะสอบช่วง มีนา-เมษา ประมาณ 5 เดือน
         ถ้าใช้เวลาเตรียมตัวเฉพาะการสอบภาคหนึ่งตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันสอบภาคหนึ่ง เวลาเตรียมตัวสอบภาคสองจะน้อยกว่าครึ่งนึงของเวลาเตรียมตัวสอบภาคหนึ่งซะอีก

        การบริหารเวลาให้ดีเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ต้องมีใครกล่าว เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธ
        แต่การบริหารให้ดีต้องรู้ด้วยว่า งานที่จะทำมีปริมาณ มาก-น้อย แค่ใหน ความยาก- ง่าย และ น้ำหนักความสำคัญ ด้วย

        ซึ่งตอนนี้ ไม่รู้อะไรเลยยยยย แล้วจะวางแผนยังไงฟระ มันก็ต้องมีขั้นตอนการวางแผนด้วย ก่อนจะวางแผนก็ต้อง วางแผน เพื่อจะวางแผน โอ้ย มึน

       อ่อเพิ่งนึกได้ ภาษาทางธุรกิจ เค้าจะแยกกระบวนการ เป็นแบบ ขั้นตอนรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ ตั้งเป้าหมาย สร้างกลยุทธ วางแผนปฏิบัติการ อะไรต่างๆนาๆ
       อยู่ๆกุจะมาวางแผนเลย โดยไม่มีอะไรเลย นี่มัน จิ้นชัดๆ นี่หว่า

       เอาละ งั้นช่วงนี้ รวมรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการวางแผนก่อนดีกว่า

       เดี๋ยวแผนจะกลายเป็นฝันลมๆแล้งๆ ซะจริงๆ

       เพจของฉัน

   
   

เริ่มต้น

          จากเพจ https://www.facebook.com/ikonwuwannahitthat
          มีหลักการว่า
           เหตุผลที่ทำเพจ เพื่อ ใช้ facebook ให้เป็นประโยชน์ เนื่องจาก facebook มีผลกับพฤติกรรมมาก เปิดมือถือมาก็ดูเฟส ไม่มีอะไรทำก็ดูเฟส เลยไม่ได้อ่านหนังสือซะที เปิดหนังสือมาก็ดูเฟส ฮ่วย ใหนๆก็ติดเฟส บังอาจมาอิทธิพลกับกรูนัก อย่างกรูจะยอมได้ไง กรูต้องใช้เมิง ไม่ใช่เมิงใช้กรู และกรูจะใช้เมิงให้คุ้มเลยคอยดู แสรดดดด
      มันก็เหมือนสร้างเกมส์ขึ้นมา เกมส์ก็ต้องมีกติกา มีรางวัล กติการของเกมส์ก็คือ ต้องบันทึกสิ่งที่ทำเพื่อเป้าหมาย คือการสอบผ่านเนติให้ได้เกียรตินิยม ทุกวัน วันละเรื่อง เว้นได้แต่ ป่วย ตาย เท่้า่นั้น แต่ละเรื่องต้องทำไม่ต่ำกว่า 1 ชม และห้ามโพสแค่สั้นๆ ว่า วันนี้อ่านหนังสือ ต้องลงรายละเอียดสรุปย่อให้ได้ว่า ได้ความรู้อะไร และ อะไรเป็นสิ่งที่ต้องจำให้ได้ในประเด็นนั้น
      เนื่องด้วย ไม่มีตัง ดังนั้น ไม่มีปัญญาไปกวดวิชาแน่นอน
      มาเล่นกันเถอะๆๆๆๆๆๆๆ
         facebook ก็มีขีดจำกัดในการลงเนื้อหา สมควรเป็นแค่หน้าบอร์ดหลัก ที่เอาไว้เก็บหัวข้อ แต่ถ้าจะลงรายละเอียดจริงๆ ต้องใช้บล็อคนี้ช่วย เพราะ บล็อค ลงเนื้อหารายละเอียดได้หนักแน่นกว่า